2008/May/05

นี่คือผลจากการกลับบ้านเกิดครับพี่น้อง แถโดจินยูกิออกมาได้อีกแล้ว นัยว่าอารมณ์สงกรานต์มันพาไป(ได้ข่าวว่าอันเก่ายังขายไม่หมด....)

 

 

เป็นที่รู้กันว่าฉันเป็นโอตาคุเสพติดยูกิโอ แต่จริงๆแล้วฉันยังติดละครหลังข่าวอีกด้วย (เจริญล่ะ)

  

จับตัวละครยูกิโอมาแต่งคอสนางทาส โปรดสังเกตสายตาไคบะขณะดูจอแบนของยูกิ (จะว่าไปชุดราชปะแตนนี่ก็ดูคล้ายๆชุดกักคุรันเหมือนกันนะ) 

 

 ด้วยความที่ติดเรื่อง "นางทาส"(ความสัมพันธ์ระหว่างอีเย็น-คุณหลวงมันช่างดูSMยิ่งนัก แต่นานๆทีอยากเห็นอีเย็นเฆี่ยนคุณหลวงเปลี่ยนบรรยากาศมั่งอ่ะ แฮ่กๆๆ) และความเป็นโอตาคุยูกิโอ พอสองสิ่งนี้มารวมกันเลยบังเกิดเป็นเรื่องไม่ดีไม่งามขึ้น....ฉะนี้แล

กลายเป็นการ์ตูน 3 หน้าจอด ดังจะกล่าวบทไป.... 

 

 

 

หน้า 1 เปิดฉากด้วยการย้อนอดีต เอฟเฟคต์ตระการตา!!!!

 

หน้า 2 ที่แท้อดีตของทั้งสองนั้น.... เกิดขึ้นสมัยร.5 ไคบะคือคุณหลวงจอมซาดิสม์ ส่วนยูกิคือนังบ่าวเย็นมาโซคิสม์

 

หน้า 3 ความสัมพันธ์ของนายกับเมียบ่าว เกินจะสะเทือนใจ (ว่าแต่ว่าทำไมยูกิต้องทำหน้าอั้งค์ด้วยฟระ -_-")

 

 

(เอ่อ เรื่องจริงน่ะมันต้องเห็นอดีตสมัยอียิปต์ ที่ยูกิมืดเป็นฟาโรห์ ส่วนไคบะเป็นพระชื่อเซโตะ มาสู้กันนะเท้อ ไม่ใช่สมัยร.5อย่างงี้นะ)

ที่จริงตอนแรกก็ไม่กล้าดูเรื่องนางทาสหรอก เพราะเคยดูเวอร์ชั่นที่มนฤดีเล่น จำได้ว่าตอนหลังๆอีเย็นต้องตกระกำลำบาก เลยไม่อยากดู ฉงฉาน

แต่ไปๆมาๆ เพราะเสียงทีีวีดังมาก (ได้ยินเสียงตอนเย็นโดนตบชัดเจนมากกกก)ประกอบกับความอยากรู้อยากเห็น กว่าจะรู้ตัวก็ติดเรื่องนี้ซะแล้ว (เป็นทาสละครช่อง7สินะ)

ชอบคู่คุณบุญมี กับบ่าวที่ชอบพูดว่า "บ่าวว่าแล้ว....ก็มินำพา"มาก คือคุณบุญมีนี่ก็จะร้ายไปเรื่อย ส่วนบ่าวก็จะคอยมาเบรคด้วยการยกพระธรรมคำสอนมาเตือน(หรือจริงๆคือแอบด่า) ที่ฮาคือ แม้ว่าคุณบุญมีโดนหลอกด่าขนาดนั้นก็ยังจะอยู่กับบ่าวคนนี้อีก แถมพอได้ข่าวเรื่องจะมีเลิกทาส คุณบุญมียังแอบมากระเง้ากระงอดว่า"ไม่มีเอ็งแล้ว เวลาโมโหข้าจะขว้างปาข้าวของใส่ใคร...."

หูย น่ารักซะไม่มีนะคุณบุญมี หุๆๆ (ภาษาโอตาคุเรียกยูริ ภาษาไทยเรียกเล่นเพื่อน) 

  

 

 

รักคนอ่าน ต้นโพธิ์ที่ทำให้ส้วมตันมันไม่ยอมตายซะที

จุ้บๆๆๆ 

 

ปล. อย่าเพิ่งเบื่อส์.... ฉันมีโดจินมาขาย วางไว้ร้านสยามมาร์เกตติ้ง กับร้านโอโซน

 

 รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่นี่เท้อ

http://moondog.exteen.com/20080131/yugioh

 

 

 

2008/May/01

กลับมาจากเชียงใหม่ได้พักใหญ่ๆแล้ว(เลยไม่ได้เจอน้องDalong กะไอ้หนูUrielเลย มัวแต่เขิลล์) ตอนนี้อยู่กรุงเต้บ.... เปลี่ยวน่าดู ใครก็ได้ชวนฉันไปเที่ยวที วิ้ววววว....

 

วันนี้จะพาไปกินตือคาโค ประตูเชียงใหม่ สาขาข้างกาดต้นพยอม หอมๆกรอบๆกันนะ.... น้า 

(ส่วนใครจะอัพเดทเรื่องงานคอมิคปาร์ตี้ครั้งที่ผ่านมา เลื่อนลงไปข้างล่างได้เรย) 

 

ตือคาโคววววสุดที่รัก ยอดขมองอิ่ม ยอดดวงใจ อัดแน่นด้วยถั่วดำแอนด์เผือก หอมๆกรอบๆ แฮ่กๆๆ

 

ก่อนอื่นบางคนอาจจะสงสัยว่า ตือคาโคคืออะร่าย?

แต่ถ้าเรียกว่า ขนมขาหมู อาจจะมีคนรู้ใช่มั้ย ฮั่นแน่.... (ดักอายุเห็นๆ)

ก็.... จะเรียกงั้นคงได้เพราะ ตือคาโคเนี่ย ตือคา คือขาหมู ส่วนโค หรือโควแปละว่าเป็นวงกลมๆ (ใครโดนเรียกว่า ตือ ก็พิจารณาตัวเองได้แล้ว อาจจะต้องไปชุบตัวที่แคลิฟอเนียร์ว้าว ไม่ก็ประเวศร์ยิม เน้อออ....คุณตด )

ตือคาโคนั้นเป็นขนมโบราณ ตอนนี้ชักจะหากินยากเต็มที (แต่ฤดูกินเจจะมีเยอะเกินไป ส่วนจะอร่อยไม่อร่อยแล้วแต่บุญแต่กรรม) ตัวบอดี้ทำจากแป้งผสมกับถั่วดำ เผือก ไม่ก็ข้าวโพด แล้วเอาไปทอด ข้างนอกจะกรอบข้างในจะนุ่ม มีกลิ่นหอมน่ากิน ชอบขายเป็นแพคคู่กับน้องเต้าหู้ทอด (สงสัยกลัวเหงา เหอๆ)

ส่วนตือคาโค ประตูเชียงใหม่นี่จะมีทั้ง ถั่วดำ และเผือกผสมอัดแน่นกันในอันเดียว ส่วนน้ำจิ้มนั้นก็จะมีถั่วลิสงทอดผสมเข้าไปด้วย ^_^

 

 

อยากกินเก้าะตามมานะจ้ะ ร้านตั้งอยู่ในซอยโรงแรมพิงค์พยอม ข้างกาดต้นพยอม (ไอ้ซอยที่จะเข้าไปกองบินอ่ะแหล่ะ)

 

เห็นป้ายมะล่า มีแฟรนไชส์เพียบเลย ทั้งที่จันทร์กุมาร ที่กาดก้อม และกาดธานินทร์

 

ขยายให้เห็นชัดๆ เค้าทอดกันตรงนั้นร้อนๆเลย

 

 

น้ำจิ้มล่ะ เอ้า! จิ้มๆๆ จิ้มเข้าไป๊

 

น้ำจิ้มแอบผสมถั่วลิสงทอดด้วยน้า

 

นี่แหละตือคาโคในดวงใจ แต่มันดันอยู่เชียงใหม่นี่สิ ถ้าใครรู้จักตือคาโคอร่อยๆในกรุงเต้บก็ช่วยบอกหน่อยนะ แฮ่กๆ อยากกิน แฮ่กๆ 

 

 

------------------------------------------------------------------------------------

งานคอมมิคปาร์ตี้ วันที่ 27 ที่ผ่านมา ฉันก็ได้ไปเยือน ด้วยเหตุผลหลายประการดังนี้

1. เอาโดจิน" Love at First Bite " ไปฝากบู้ทคุณโทเมะซังแอนด์พี่สาวขายด้วย ขอบคุณอย่างแรงที่อุตส่าห์รับฝาก แถมช่วยขายไปหลายเล่มด้วย.... อ่า ชักสงสัย คุณโทเมะซังเป็นใครกันแน่เนี่ย ค้าขายเก่งชะมัด (ถ้าฉันไปนั่งขายเอง ไม่เคยเกิน 3 เล่มหรอก ....งืม)

(อยากเห็นหน้าตาโด ไปตามลิงก์นี้ ยังวางขายอยู่ที่ร้านOzone สยาม และSiam Marketing เวิล์ดเทรด ไม่หายไปไหน)

http://moondog.exteen.com/20080131/yugioh

 

2. ไปดูอัล และตดตัวเป็นๆ ในโทษฐานที่รู้จักกัน และก็ได้ " รักออกแบบได้ "(อันนี้แอบได้เขียนด้วย) กับ " Doggy Doggy " มาฟรีๆ ขอบคุณนะเท้อ

ตัวอย่างงานฉันใน "รักออกแบบได้" จ้า

รู้สึกในงานจะขายหมดไปแล้ว (ฉันนี่แหละซื้อเล่มสุดท้าย....ไป กะจะซื้อไปฝากพี่ที่ต่างจังหวัดอ่ะ)

แต่ถ้าอยากสั่งซื้อหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมก็ไปดูบล็อกอัลเอาได้จ้า

http://alloywheel.exteen.com/20080428/entry 

 

 

รักคนอ่าน รูู้แล้วว่าทำไมส้วมตัน รากต้นโพธิ์มันทะลวงคอห่านเข้ามานะเอง

จ้วบบบ....

 

 

 

2008/Mar/25

พี่เนตรกำลังต้องการความช่วยเหลือ

เรื่องมีอยู่ว่า.... เพื่อนพี่เนตรกำลังจะแต่งงานในเร็วๆนี้

ที่ว่ามานั่นเป็นธรรมดาโลก แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือตัวพี่เนตรเอง เพราะปกติพี่แกจะแต่งเสื้อยืดกางเกงยีนส์ และยิ่งไปกว่านั้น วันใดที่พี่เนตรแต่งสวยมา.... ก็จะโดนคนทั้งบริษัท ตั้งแต่ยามหน้าประตู ไปจนคนในแผนก ต่างแผนก แม้กระทั่งซีเนียร์.... เมเนเจอร์....จะช่วยกันรุมประณามแอนด์ขว้างปาของใส่

อย่างไรก็ตาม เพื่อนที่กำลังจะแต่งงานของพี่เขาคนนี้เป็นเพื่อนรักจริงๆ พี่เนตรจึงต้องจำทนเจียดเงินค่าซื้อบัตร@Cash ไปหาอุปกรณ์มาแต่งสวยแทน

 

 

นี่คือพี่เนตร เกรียนหญิง Cabal เลเวลเหยียบร้อย วันๆใช้ชีวิตไปกับการลงดัน อัพเลเวล ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องล็อคอินเพื่อขายของ ความภูมิใจของพี่แกคือ ข่มขู่ เอ้ย หว่านล้อมGM จนได้มอเตอร์ไซค์มาขี่ร่อนไปร่อนมาอยู่วันสองวัน

 

นี่คือโฉมหน้าแฟชั่นนิสต้าผู้จะมาเปลี่ยนชีวิตของพี่เนตร

ทางซ้าย พี่ก้อย สาวงามผู้หาเรื่องทะเลาะได้กับทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่ถุงกล้วยแขก ทว่าเซนส์ในเรื่องของSale และต่อราคาไม่เป็นรองใคร ทางขวา ไอ้(หรืออี)ฮุ่ย แพนด้าเพศเมียผู้หลงแสงสีจนทิ้งผัวมาอยู่ในเมืองกรุง วันนี้มาช่วยตัดสินใจ และปล่อยคำถากถางเป็นระยะๆ

  

แรกสุดฮุ่ยได้นำคอเลคชั่นชุดกาล่าดินเนอร์มาให้พี่เนตรเลือก

นับจากซ้าย สีชมพูลายจุด ที่จริงฮุ่ยซื้อเพื่อประชดบุพการี เพราะโดนหาว่าแต่งตัวสีทึมเกินไป(ก็แพนด้าขนมันมีแค่สีขาวดำไม่ใช่เรอะ) หารู้ไม่ว่านอกจากจะเป็นการทำร้ายมารดาที่ไปออกงานด้วยกันแล้ว ยังเป็นการทำร้ายตัวเองด้วย

สีขาว ทั้งๆที่ชอบมากแต่กลับใส่ไม่ได้ เพราะมันสั้นไปจนปิดขาปูดน่องโป่งได้ไม่มิด ฮุ่ยเก็บความน้อยเนื้อต่ำใจนี้ไว้ตลอดมา

สีส้ม ซื้อตอนไปงานแต่งเพื่อนที่นครสวรรค์ เแต่งานแต่งนั้นจัดกลางทุ่งนา คอนเซบป์ออกแนวงานทอดกฐิน กลิ่นโคลนสาปควายคละคลุ้ง เลยไม่ได้ใส่อยู่ดี

สีเทาลายจุด ใช่จ้ะเทอ ลายจุดอีกแล้ว การที่ฮุ่ยบ้าลายจุด อาจเป็นเพราะเบื่อลายขวางขาวดำบนพุงตัวเองก็เป็นได้

 

พี่เนตรเอาไปลองในห้องน้ำ เป็นเรื่องน่าแปลกที่แกไม่สามารถแยกแยะได้ระหว่างด้านหน้า และด้านหลังของเสื้อ เลยใส่กลับด้านตลอด อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแกได้ตัวสีเทา

 

หลังจากตกลงกันได้ว่าจะไปแพลตตินั่มประตูน้ำ ทั้ง 3 ชีวิตนั่งเรือด่วนจาก 4 แยกคลองตันไปทันที ได้อารมณ์เหมือนนั่งเรือบานาน่าโบ๊ท ระหว่างทางมีน้ำคลองกระเซ็นพอให้เป็นขี้กลากจางๆ

 

เรือด่วนคลองแสนแสบนั้นเร็วมาก ไปถึงก็ห้างปิดพอดี พี่ก้อยจึงเสนอให้ไปตายดาบหน้าที่สวนลุมไนท์บาร์ซาร์

 

จาก BTS ศาลาแดง ตัวโง่ทั้งสามก็พร้อมใจกันเดิน ด้วยความเข้าใจว่าสวนลุมไนท์ฯต้องอยู่ติดกับสวนลุมฯ เฉกเช่นต้นมะขามต้องอยู่สนามหลวง จนผ่านไปเกือบหนึ่งกิโล ทั้งสามถึงเริ่มหายโง่.....

 

บ้านนอกทั้งสามเลยไปถามคุณพี่มอเตอร์ไซค์ฮ่าง ได้ความว่าสวนลุมฯไนท์ กับสวนลุมฯอยู่ใกล้กันนิดเดียว เดินไปอีกซัก 200 เมตรนิดๆก็ถึง (ยังไม่ได้รวมระยะทางที่เดินจากศาลาแดงเลยนะ)

 

ในที่สุดก็มาถึงหน้าสวนลุมไนท์ฯ สิ่งที่น่าเจ็บใจยิ่งนักคือ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินมันอยู่ข้างหน้าพอดี (จะเดินมาทำไมกันเนี่ย อยากพิสูจน์อะไรเหรอ ความโง่ใช่มั้ย)

 

การที่รถไฟฟ้าใต้ดินมาโผล่ตรงนั้น ควรถือเป็นความผิดของภาครัฐ.... เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสามก็สบายใจ และชี้ชวนกันดูประตูที่สร้างเลียนแบบนคนวัดกันอย่างหนุกหนาน....หนุกหนาน

 

เมื่อตระหนักได้ว่าชุดที่ใส่นั้นเปิดไหล่ หากใส่เสื้อคลุมนั้นก็จะดูป้อด แต่ถ้าเปิดไปเลยก็คงหนาวแแอร์โรงแรมตาย (อย่าลืมว่าปกติพี่เนตรไม่ใส่เสื้อโชว์เนื้อโชว์หนัง จึงมีภูมิต้านทานความหนาวน้อยกว่าวัยรุ่นสายเดี่ยวทั่วไป) ข้อสรุปที่ได้คือ หาผ้าคลุมไหล่ซักผืน และผืนที่ได้เป็นไหมไทย 100% (ช่วยได้มากกกก)

 

อดีตพี่เนตรเคยมีรองเท้าออกงานอยู่คู่หนึ่ง แต่ปัจจุบันมันสมควรจะเอาไปทำฟืนได้แล้ว ลูบทีเสี้ยนไม้แทบจะติดออกมาด้วย

แรกสุดพี่เนตรติดใจคู่สีเทา ทว่าด้านหน้าของรองเท้านั้นตื้นไปจนเห็นง่ามเท้า และชันนะตุแพลมออกมา เลยต้องตัดใจ หลังจากลองรองเท้าจนจะหมดร้าน ก็ไปเจอรองเท้าสีเงิน ซึ่งพอดีราวกับว่ามันเกิดมาเพื่อพี่เนตรยังไงยังงั้น

 

มันเป็นวินาทีแห่งชัยชนะอย่างแท้จริง พี่เนตรได้ไอเทมครบจนได้ พี่ก้อยและฮุ่ยถึงกับแอบปาดน้ำตา พวกเราจะได้กลับบ้านซักที แต่จู่ๆ พี่ก้อยก็พูดขึ้นมาว่า ตาฉันบ้างซี่....

พี่เนตรนั้นไม่สามารถว่าอะไรได้ เพราะพี่ก้อยสู้อุตส่าห์พาพี่เนตรหาของจนครบ เราจึงต้องผจญชะตากรรมในสวนลุมไนท์ฯต่อไป

 

แรกๆ พี่ก้อยก็บอกให้เดินไปทางโน้นทางนี้ แต่ตัวเองน่ะอยู่ข้างหลัง อีกสองตัวเลยหมุนติ้วๆเป็นลูกข่าง หนักๆเข้าพี่เนตรชักทนไม่ไหวเลยไล่พี่ก้อยไปเดินข้างหน้า

เท่านั้นแหละ.... พี่ก้อยเลยโชว์สเตปเทพ พุ่งเข้าซอยนี้ ผลุบเข้าซอยโน้น ทิ้งให้พี่เนตรกับฮุ่ยปรับทุกข์กันสองคน

พี่เนตร: เออ ไอ้ฮุ่ย ชั้นดูรายการอะไรซักอย่างที่มันมีเสตจให้คนขึ้นไปร้องเพลง แล้วก็มีเนวิเกเตอร์คอยวิจารณ์

ฮุ่ย: (ฮู้ย โง้โง่ว.... คิดในใจ) มันเรียกว่าคอมเม้นท์เตเตอร์ไม่ใช่เร่อ เนวิเกเตอร์มันเข็มทิศนะเท้อ

พี่เนตร: ฮึ้ย.... ขัดใจ กรูไม่เล่าต่อแล้ว

ฮุ่ย: (งืม.... ในใจแอบแค้น แต่ถ้าโกรธแล้วเดี๋ยวแพ้) งั้นเค้าไม่ฟังแล้วก็ได้

 

ขณะที่กำลังจะเกิดการฆาตกรรมขึ้น พี่ก้อยก็ขอให้ย้อนไปร้านแรกที่จากมา (ถึงตอนนี้ดูมาราวๆ 20-30 ร้านแล้ว)

 

ถึงตอนนี้ ไม่ว่าพี่ก้อยจะถามอะไร ก็จะได้มติเป็นเอกฉันท์ เพราะอีกสองตัวนั้นอยากกลับบ้านสุดๆแล้ว

 

 ภารกิจสำเร็จลงอย่างงดงาม พี่ก้อยได้ชุดกาล่าดินเนอร์แล้ว แต่....อ้าว ชียังไม่ได้รองเท้าครับพี่น้อง.... 

 

รู้สึกว่าวันนั้นชะนีทั้งสามจะกลับกันเที่ยงคืนกว่าๆเลยเทียว ที่จริงถ้าสวนลุมไนท์ฯยังไม่ปิดพี่ก้อยชีก็คงพาเดินต่อแหละ ....เจริญ หุหุหุหุ

 

ตอนหน้าในงานแต่งงาน.... พี่เนตรจะเฉิดฉายขนาดไหน เราจะมารายงานให้ท่านแซ่บกัน!!!! (พี่เนตรฝากถามว่าเกลียดกรูมากใช่มั้ย)

 

 

 

 

รักคนอ่าน ขอไปทาน้ำมันมวยต่อ

จ้วบ

 

ปล1. อย่าเพิ่งเบื่อส์ (ฉันเริ่มเกลียดตัวเองแล้ว).... มีโดจินยูกิโอแนวทางเกย์มาขาย วางไว้ร้านสยามมาร์เกตติ้ง กับร้านโอโซน

 รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่นี่นะเทอ

http://moondog.exteen.com/20080131/yugioh

ปล2. วันที่ 3 ถึงกลางเดือนเมษาจะกลับเชียงใหม่ ช่วงนั้นบล็อคคงร้าง วิ้ววว