ขอบอกไว้ก่อนว่าไม่ได้จะเปลี่ยนบล็อคเป็นบล็อคอาหารแต่อย่างใด ที่เอามาลงนี่ก็เพื่อเล่าสู่กันฟัง แบบว่าปลื้มอะไรอย่างนั้น เรื่องมีอยู่ว่า....เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมานี่เป็นช่วงเวลาที่กระเพาะของข้าพเจ้าได้ทำงานอย่างสมบุกสมบันจริงๆ
เริ่มจากวันเสาร์ นัดทานเค้กบุปเฟ่ต์ เรียกได้ว่าเดินตามรอยท่านดันไบน์ (แต่กินได้ไม่มากเท่าท่านด้วงหรอกนะ) ไปกับท่านBluehound (จริงๆนัดน้องAkaruไว้ด้วย แต่น้องติดธุระ น้องเลยรอดตัวไป)ด้วยความตั้งใจอันแรงกล้า กะจะกินซักคนละ7-8ชิ้น
เริ่มจากลงจากสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงศ์ แล้วเดินเข้าซอยสุขุมวิท 33(ซอยเดียวกับโนโวเทล)


ไม่รีรอ ไปตักเค้กมา 7 ชิ้น 7 แบบ(โลภมาก....แถมยังคิดจะตักอีก)

ตักมาจากเค้กผลไม้ โปะหน้าชีส ข้างบนรู้สึกจะเป็นเป็นพืชตระกูลถั่่่ว

เยลลี่ส้มผสมเนื้อแอบเปิ้ลไว้แก้เลี่ยน(แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ปลอบใจ....)

เค้กส้ม กับเค้กช็อคโกแลตมูส นุ่มจนไม่ต้องเคี้ยว

ตักให้เห็นกันจะจะ ช็อคโกแลตมันเป็นอย่างนี้ครับท่าน

อย่างที่เห็น....ชีสเค้ก ด้านล่างเป็นพายกรอบด้วยขอบอก ชอบที่สุด(สุดท้ายก็ชอบของบ้านๆสินะ)

ผลแห่งความดันทุรังครับพี่น้อง

....ที่จริงแล้วเกือบตาย เพิ่งรู้นี่แหละว่าเมาน้ำตาลมันเป็นยังไง คือกระเพาะน่ะยังไม่เต็ม แต่ไม่สามารถตักอะไรเข้าปากได้อีกแล้ว ขอบอกไว้เลยว่าถ้าใครอยากไปกินบ้างล่ะก็ ควรจะมีเวลาทั้งวัน เพราะถ้ากินแบบยัดทะนานจะเป็นเช่นนี้ ทางที่ดีไปกันหลายๆคน แล้วอย่าหวังปริมาณ ให้เน้นความหลากหลาย แบบว่าเอาเค้กมาแชร์กันให้ได้กินหลายๆรส แล้วก็ไม่หนักท้องด้วย
โชว์บรรยากาศในร้าน เซตไฟสวยมาก กำลังดี ไม่ดูเป็นงานวัดจนเกินไปอย่างที่ชอบทำกัน

เคาน์เตอร์บาร์ ไม่ใช่เคาน์เตอร์สไตรค์ อย่าไปเก็บเลเวลเชียว

ไอ้ขวดโหลแบบนี้บ้านใครก็มี แต่ขอโทษ อันนี้เอามาจัดเรียงอย่างสวยงาม แถมเป็นที่กำบังเวลาแอบนินทาลูกค้าได้อีกต่างหาก

ตู้โชว์ขวดเหล้าแบบฝังผนัง โชว์ให้รู้ว่าจริงจังกับการดื่มแค่ไหน

ขวดส่องประกายวิ้งๆน่าเขียนหุ่นนิ่งยิ่งนัก ถ้าไม่เมาซะก่อน

ที่นั่งข้างนอก อย่างกับรีสอร์ท น่าเอนตัวนอนสุดๆ(จะดีเหรอ)

ร้านหมี่ซั่วสุดยอด เป็นร้านเก่าแก่ กินอยู่ตั้งแต่สมัยเรียนศิลปากร อยู่แถวปิ่นเกล้า ตรงใต้วงแหวนของสะพานพระราม....อะไรซักอย่าง อยู่ใกล้เจ้าพระยาอาบอบนวด(ทีอย่างนี้ล่ะจำได้) เปิดขายตั้งแต่เย็นๆ ไปจนดึก คนทำงานกลางคืนก็หิ้วท้องมาฝากบ้างก็มี ขายหูฉลาม กระเพาะปลา แต่ที่ชอบที่สุดคือหมี่ซั่ว สนนราคาไม่แพง เรียกได้ว่า เป็นอาหารเหลาแต่ราคาข้างถนนก็ว่าได้

วันนี้ไปกับท่านหมึกข้างขวด สั่งหมี่ซั่วไม่ใส่ผักมา กินไปสองจาน แล้วยังสั่งกลับบ้านด้วย(คุณป้าใจดี พอสั่งจานสองให้เพิ่มเยอะเลย....สงสัยกลัวไม่อิ่ม)โดยทั่วไปเครื่องที่นี่จะมีเห็ดหอม เนือ้ปู ถั่วงอก.....มีน้ำจิ้มด้วย แต่โดยส่วนตัวไม่เคยแตะเลย เพราะรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ป้าทำมาให้แล้ว เส้นหมี่ที่นี่ผัดได้กำลังดีหอมกลิ่นน้ำมันงาอ่อนๆ ไม่มีรสชาติซอสภูเขาทองสูตรเจให้หงุดหงิดหัวใจเลย แต่เป็นรสชาติที่ลึกล้ำ พอแตะลิ้นแล้วรสจะค้างในปากให้พอโหยหาจนต้องหยิบส้อมขึ้นมากระซวกต่อจนหมด

เดินข้ามถนนมาฝั่งวัดดาวดึงส์ ผ่านฝูงรูปปั้นกระต่ายหลอนบนเกาะกลางถนนก็จะเจอร้านข้าวหน้าเป็ดตั้งอยู่ นี่ก็เคยเป็นร้านประจำเหมือนกัน

ร้านเดียวกันอยู่ข้างๆกัน แต่ขายข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู และหมั่นโถววววว....(ชอบที่สุด)

สั่งเนื้อไก่ล้วนมา กินกับข้าวสวย(ออกแนวกรรมกร อัดข้าวเยอะๆกลัวไม่อิ่ม) ที่จริงปกติถ้าสั่งข้าวมันไก่จะมีกระเทียมดองเป็นเครื่องเคียงด้วย ส่วนเนื้อไก่ อูววว ฉ่ำมาก นี่ไก่มันยังไม่ตายนี่หว่า อร่อยๆ คงเสน่ห์ของเนื้อไก่ไว้ได้ดีมากเลยเทอ

เป็ดท่ี่เสิร์ฟมาในจานรูปเป็ด มีไส้ด้วยนะ น้ำมันจะออกรสหวานๆเค็มๆหน่อย

ไอ้นี่แหละ ไฮไลท์ของวันนี้ ที่สุดของชีวิตตรู หมั่นโถววววว....กินเปล่าๆก็ได้ หรือจิ้มน้ำเป็ดกินก็ได้ หรือตามประเพณีก็กินกับคากิ อย่างไรก็ตาม จริงๆแล้วแค่อะไรก็ได้หน้าตาคล้ายหมั่นโถวเราก็กินแล้วนะ แต่ไอ้หมั่นโถวที่นี่เป็นหมั่นโถวที่แท้จริง เนื้องี้แน่น กัดทีได้กลิ่นแป้งคลุ้ง รู้สึกเหมือนอยู่ในกรุงปักกิ่งก็ไม่ปาน(อันนี้ก็พูดเกินไป....)ที่สำคัญ ลูกเจ้าของร้านสวยมาก ขอบอก

สวัสดี
น่ากินมากเลยแต่ละอัน
