ฉันไม่น่าแกล้งพี่เขาเลย แต่ก็ทำไปแล้ว...ฮ่า
คงเพราะที่ทำงานค่อนข้างเครียดฉันกับพี่...สมมุติว่าชื่อNละกัน โอเค ฉันกับพี่N เลยชอบรวมหัวกันแกล้งพี่J
เรื่องมีอยู่ว่า ขณะที่พี่Jกำลังเล่าเรื่องหนังที่แกดูมานั้นแกทำท่าตะพาบได้เหมือนอย่างแรง อีกทั้งเวลาเครียดแกจะหยีตาที่จริงๆก็แทบจะมองไม่เห็นอยู่แล้วกับทำปากจู๋ และนี่เองคือจุดเริ่มของโศกนาฎกรรม ตั้งแต่วันนั้น... ไม่มีวันไหนเลยที่แกจะไม่ได้ยินคำว่าตะพาบ
บ้างก็เอาผักบุ้งไปวางตรงหน้า(จะว่าไป ที่จริงแล้วตะพาบกินอะไรหว่า) บ้างก็ถามแกว่าพี่น้องที่อ่าวไทยเป็นไงบ้าง และเรื่องแกควรเลิกกินเหล้าสูบบุหรี่เพราะแกอาจเป็นตัวสุดท้ายของเผ่าพันธุ์
และล่าสุดมันคือสิ่งประดิษฐ์อันนี้ ซึ่งฉันกับพี่Nซื้อมาในราคา100บาท ต้องยอมรับว่าพอเห็นหน้าเต่าตัวนี้ก็นึกถึงแกทันที
แล้วฉันก็เอามาเติมหน้าเติมตาด้วยสีอะคริลิก จริงอยู่ว่ามันเป็นการใช้วิชาชีพไปในทางที่ผิด แต่เราไม่อาจหยุดมันได้
มันน่ารักมากใช่ม้า แถมยังวิ่งชนข้าวของไปมาได้ด้วยนะ มีไฟกระพริบด้วย ร้องเพลงก็ได้ เสียงประมาณว่าดิงด่องๆ แวร์ยู้โก เพลงนี้หลอนถึงทรวงเลยทีเดียว
ด้านข้าง ดูสิตะพาบชมพู้ชมพู
อ้ะ มันจะหนีละ มันจะหนี
แต่เชื่อไหมว่าจนบัดนี้ฉันก็ยังไม่เคยเอาตะพาบให้พี่Jดูเลย
หนึ่งคือกลัวว่าทั้งตะพาบทั้งคนจะโดนกระทืบ สองพี่Jเครียดกับเรื่องนี้มากจนต้องหยุดงานหนึ่งวัน รุ่งขึ้นพอมาทำงานก็ไม่ยอมสบตาฉันกับพี่Nเลย สักพักก็เดินมาด่าด้วยภาษาอังกฤษ(แน่นอนว่าไม่มีใครฟังรู้เรื่องเพราะภูธรกันทั้งนั้น) พี่Jระบายในวงเหล้าว่าแกไม่อาจทนสภาพนี้ต่อไปได้ แกอาจจะต้องลาออก เพราะแกไม่อยากฆ่าคน
