หลังปีใหม่ได้ไม่เท่าไหร่.... กรุงเทพที่หนาวอยู่ดีๆก็จะกลับไปร้อนอีกแล้ว รักษาเนื้อรักษาตัวกันหน่อยนะครับพี่น้อง

คราวนี้เป็นร้านอาหารเก่าแก่ สมัยแม่ฉันยังสาว ชื่อร้านว่า แซนวิซบาร์ เปิดเวลา 07.00-21.00 น. ร้านออกแนวอาหารฝรั่ง แต่ก็มีอาหารไทยกับแม็กซิกันปนมาด้วย
(ข้างบนเป็นไฟประดับหน้าร้าน ที่จริงวัสดุมันโอท็อบมาก แต่พอใส่ไฟแล้วออกมาสวยดี เลยถ่ายมา)

ที่อยู่คือ... 3 ถ.อารักษ์ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 (ตรงข้ามโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม1 แต่ต้องเดินข้ามคูเมืองไปหน่อยนะ อย่าว่ายข้ามไปล่ะ เหอๆ)

(มือสั่นด้วยความหิว) บรรยากาศดูเป็นร้านอาหารสำหรับครอบครัว เหมาะแก่การพาลูกๆหลานๆมานั่งกิน แต่ถ้าพาหญิงมา แนะนำให้นั่งติดหน้าต่าง ไม่ก็ไปนั่งข้างนอกตรงระเบียงเลย จะเห็นคูเมือง ยิ่งถ้าเป็นช่วงเทศกาลที่มีการประดับไฟ จะมีแสงสะท้อนลงน้ำ ดูโรแมนติกนักแล อะฮ้า

ปาแก้ตต์ของที่นี่อร่อยมาก มักมาร้อนๆเสมอ

แล้วก็เอาขนมปังจิ้มกินกับซุบหางวัวรสเข้มข้น เห็นน้ำสีน้ำตาลนั่นไหม น้ำสต้อกจากเนื้อวัวชัดๆ อย่างงี้จะไม่ให้อร่อยได้ยังไงเทอ
(ด้านหลังทางซ้าย แก้วนั่นใส่น้ำร้อนมา วันนั้นฉันไอด้วยความสำออย แต่น้องพนักงานจิตใจงาม เลยเสิร์ฟน้ำร้อนแทน น่ารักจริงๆ ขอชมๆ)

ปลาราดซอสขาว รสชาติหอมมัน เนื้อปลานุ่มจนไม่ต้องเคี้ยว

ที่ซอยอยู่ข้างบนนั่นมันคือชีส ชีสเป็นเส้นๆ อ้วนแน่นอน ไม่ต้องคิดเลย(ไม่รู้ล่ะ ขอกินก่อน ตายก็ยอม)

(อันนี้ฉันคลั่งไคล้มาก ต้องสั่งกลับบ้านด้วยทุกที)สตูลิ้นวัว ท่าทางจะใช้น้ำสต้อกแบเดียวกับซุบหางวัว แต่อันนี้จะมีรสชาตินุ่มนวลกว่า แล้วก็จะหนืดๆตามแบบสตู ลิ้นวัวมันนุ่มมากแล้วยังซึมซับน้ำสตูเข้าไปอีกด้วย งับทีน้ำงี้ทะลักออกมา เฮ่อ

สปาเกตตี้ปลาทอด เส้นคลุกเคล้ากับซอสมะเขือเทศ ออกสไตล์ที่ร้านคอฟฟี่ช้อบสมัยก่อนชอบทำกัน เส้นจะนุ่มๆฉ่ำ ซึ่งเข้ากันดีมากกับปลาชุบเกล็ดแป้งขนมปังที่ทอดจนเป็นสีทองอร่าม ชีสที่โรยมาข้างบนพอโดนความร้อนก็ละลายนิดๆ เมนูนี้ฉันชอบกินมาก ขอบอก

รักคนอ่าน
จุ้บ
วันนั้น ทานไปกี่จานคะนั่น 555
