Art

หวัดดีค่า หายหน้าหายตาไปนานน้านนาน...อาบี้หายไปจับกบอยู่แถวชายแดนพม่าเคอะ หุ่นเลยเฟิร์มสุด ๆ อย่างที่เห็น

วันนี้อาบี้จะพาทุกคนไปชมงานศิลปะของเหล่านักศึกษาเลเวลสูงสุดของจิตกำ ศิลปากรกันนะเค้อ ตามมาเลยเค่อออ...

(ปล. ศิลปากรนั้นอยู่ตรงข้ามกับวัดพระแก้ว มาไม่ยากเลย ถ้าเริ่มจากอนุเสาวรีย์ชัยก็นั่งรถเมล์สาย 201, ปอ.59, 503 บอกกระเป๋าว่าจาไปสนามหลวง)

เริ่มกันที่หอศิลป์ท้องพระโรงนะจ้ะ ร้อนหน่อยเพราะไม่ได้เปิดแอร์ แวะซื้อน้ำขวดก่อนก็ดี

ถ่ายคู่กับโปสเตอร์ อะฮ้า ๆ เขาบอกว่าเปิดงาน 12มีนานะจ้ะ ไปกินดื่ม และรับสูจิบัตรฟรีได้

เข้ามาแล้ว นั่งพักซะหน่อย

อันนี้งานคนเพี้ยน จะเกี่ยวกับความหนุกหนานๆศิลปินคนนี้เรียนจบแล้วคาดว่าจะเข้าสู่วงการตลกต่อไป (อ้ะ รูปที่เห็นนี่เป็นโฉมหน้าที่แท้จริงของศิลปินนะจ้ะ ที่ปกติเดินสองขานั่นมันปลอมตัวมา)

จ้ะเอ๋ ประติมากรรมนามธรรม ลดทอนฟอร์มได้สวยสุดๆ สูงกว่าตัวคนซะอีกมันส์มั่กๆ

งานสีน้ำมันสู้ตาย ถ่ายทอดมุมสงบตามมุมมองของศิลปิน แสงสีทองตกกระทบพื้นกับเงาที่อมสีม่วงๆ อา...

ศิลปินถ่ายทอดความเป็นจีนที่แฝงในสายเลือดผ่านงานสีน้ำมันสู้ตาย สีบางๆซ้อนกันทั่วจนเกิดร่องรอยฝีแปรงเล็กๆ เขาช่างมานะอดทนจริงหนอ

เอาล่ะต้องไปสู่แสงสว่าง เอ้ย ไปอีกห้องกันเถอะ

งานตรงกลาง...ใหญ่มากกก...ตอนขนมางี้เลยกระบะรถบรรทุกเยย เป็นรูปทรงรังนกมาขึ้นโครงแล้วสานด้วยตอก

งานหนัก...จริงๆ หินล้วนๆ มาแกะสลักรูปยักษ์รูปมารแบบจิตรกรรมไทยลงไป ที่จริงศิลปินเป็นเด็กแนว'เมกา แต่เรียนศิลปะไทย ชอบดีดกีตาร์ลมเป็นชีวิตจิตใจ เป็นที่ระอายิ่งนัก

เอ้าบิน...บินไปเล้ย(ไม่ต้องกลับมาล่ะ)

ศิลปินผู้นี้ทำงานของกรรมกรได้ทุกอย่าง(เก่งเกิน) แม้แต่กรอบมันก็ทำเอง แล้วยังเลยไปช่วยเพื่อนๆทำกรอบด้วย งานของเขานั้นสวยมาก ผสมผสานหลายวัสดุ หลายเทคนิค จับเอาแค่บางส่วนของสถาปัตย์ที่มีความหลังมาเขียน เป็นงานที่ดูเก่าๆ แต่ร่วมสมัย ไม่ได้จบลงแค่การเขียนด้วยมือ ต้องมาดูเองถึงจะรู้...ว่าทำไปด้าย

เทพแห่งสีน้ำมันสู้ตาย นอกจากจะเป็นจิตรกรแล้วเขายังเป็นนักบอลมหาลัยด้วย สีของเขามีความพิเศษ แม้จะเขียนภาพธรรมชาติ แต่สีที่ใช้เป็นสีตามจินตนาการ เขาเป็นคนที่ให้รายละเอียดได้ดียิ่ง มีอย่างที่ไหนโชว์anatomyลูกมะพร้าวด้วย ตูจะบ้า

ศิลปินเป็นคนที่งกที่สุดในประวัติศาสตร์จิตกำ เขาเป็นคนที่ทำให้วัสดุถูกๆข้ามขีดจำกัดกลายเป็นงานที่มีเสน่ห์ลึกลับ และทรงพลังได้ นั่นก็เพราะมันงก เอ้ย เก่งจริงๆ

ขยะก็สามารถมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะได้ วัสดุที่หลากหลายสร้างความสูงต่ำดูน่าตื่นตาตื่นใจ และตื่นตัว เพราะกลัวงานจะล้มมาทับ โอยย...

ซูมให้เห็นรายละเอียดของงาน หม้อหุงข้าวนั่นยังใช้ได้อยู่นะ ขอบอก

ขึ้นชั้นสองกันเร้ว

งานเพนท์สองชิ้นข้างหลังนั่น แทบไม่ได้ใช้พู่กันแตะเลยนะ ให้ตายเหอะ จอร์จสงสัยใช่มั้ยล่าว่าทำยังไง ไม่บอก ส่วนประติมากรรมเด็กโหนห่วงสีทองประกายรุ้งนั่น ศิลปินไม่ใช่คน แต่เป็นหมีล่ะ เป็นหมีนักเชื่อมเหล็ก(เอ้ะ ยังไง)

มาดูงานเพนท์กัน

งานที่เขียนเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ เพราะศิลปินมีปมเป็นคนชอบทรมานสัตว์ งานดูสวย สีอ่อนหวาน เบาบางแต่แฝงไว้ซึ่งความโหดร้าย แต่กรอบหลุยส์นั่นแพงจริงๆนะ

งานศิลปะไทย ใช้ผ้าถุงมากมายเกือบหมดตำบล เกี่ยวกับยักษ์มารตามคติไทย

งานผ้าถุงอีกชิ้น แต่นี่ใช้กรดกัดเป็นน้ำหนักอ่อนเข้ม งานเป็นรูปแม่ของศิลปินในอิริยาบถต่างๆ มีประกายทองระยิบระยับ ดูแล้วแทบร้องไห้ (เพราะศิลปินทำแอร์บลัชที่พ่นสีทองเจ๊งนะเอง)

ภาพทางซ้ายกระโปรงหนูเปิด ศิลปินใช้เพื่อนๆเป็นเหยื่อ เอ้ย แบบในการวาดรูป ซึ่งวาดได้ถึงใจยิ่งนัก(แค้นสุดๆ แค้นกันไปตามๆกัน) แม้ใบหน้าจะเป็นผู้ใหญ่ ดูหยาบกร้าน เต็มไปด้วยรอยสิว แต่ตัวกลับเป็นเด็ก อยู่ในอิริยาบถที่น่ารักน่าขบขัน สร้างความพิศวงยั่วความสงสัยสุดๆ

ภาพทางขวา ศิลปินคนเดียวกับภาพที่แล้ว พู่กันเบอร์เล็กที่สุดของเธอคือเบอร์10 เพนท์อย่างรวดเร็วฉับไว ให้อารมณ์สดมั่กๆ ส่วนภาพทางซ้าย ศิลปินป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ ใช้งานศิลปะเป็นทางออก ระบายความในใจสร้างฟอร์มที่บิดเบี้ยว ดูป่วยๆออกมา

ความป่วยกดดันเธอ เฟรมที่ต่อกันอย่างวิปริตผิดกฎเกณฑ์ เพื่อนๆที่บ่นกับความยากลำบากในการเซตงานให้เธอ หลอนชะมัด

ศิลปินเชื่อในพลังของเพศหญิง จึงได้ถ่ายทอดออกมาเป็นงาน

เอาล่ะไปแอบดูอีกห้องกัน เอ้ะนั่นอะไร

ชั้นอยู่ที่ไหน อ้ะ คุณหลวง โอ้ะ แม่มณี

อ้อ ร้านขายของชำ กะร้านขายยานี่เอง (งานตรูเอง เหอๆ)

แถมให้อีกชิ้น ศิลปินอีสาน เขามีความสามารถเขียนน้ำขุ่นได้เนียนมาก แสดงความลูกทุ่งออกมาได้อย่างมีสุนทรีย์ หากขายงานได้ เขาจะได้ไปมีไม้กลองคู่ใหม่ แทนตะเกียบเสียที

นั่นอะไร เอ้ะนั่นอะไร...(อย่าดูที่หนังหัว ย้ำอย่าสนใจ มันไม่จิง)

อุ้ยงานเชื่อมเหล็ก เก๋ซ้า... เล่นแสงเงาด้วยนะเธอ


edit @ 2007/03/09 15:38:08
edit @ 2007/03/10 20:07:56

โปสเตอร์ค่อนข้างแนวหน่อย เพราะเพื่อนเราที่ออกแบบเป็นเด็กแนวนั่นเอง

งานนี้เป็นงานของนักศึกษาม.ศิลปากร คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ รุ่นที่ 59
จะจัดขึ้นวันที่ 12-18 มีนา(แต่ที่จริงเปิดให้เข้าดูได้ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาแล้ว) วันเปิดเป็นทางการคือ12 มีนา 6โมงเย็น ได้รับเกียรติ์จากคุณบุญชัย เบญจรงคกุล มาเป็นประธานพิธีเปิด
ในวันนั้นจะมีแจกสูจิบัตร และการแสดงในวันนั้นจะมีเชิดหนังตะลุงโดยนักศึกษาภาคไทย ชูศักดิ์ ศรีขวัญ(คนที่ไปออกรายการคุณพระช่วยเป็นแชมป์ 5 สมัย)

edit @ 2007/02/26 21:00:02
edit @ 2007/02/26 21:12:07

5 ปีในรั้วศิลปากร คณะจิตกำ ผ่านไปเร็วเหลือเชื่อ ในที่สุดเราก็จะได้แสดงนิทรรศการศิลปะกะเขาบ้างแล้ว พี่ป้าน้าอาที่บ้านจะได้รู้เสียทีว่าเราไม่ได้เรียนนาฏศิลป์(อ๋อ...คณะจิตรกรรมนี่มันเรียนรำไทยใช่มั้ยลูก)

โฆษณากันดื้อๆเลยละกันว่างานนิทรรศการของเรา และเพื่อนๆจิตกำปี5จะมีในวันที่ 7-17มีนาคม 2550 ( ถ้าอยากได้สูจิบัตรฟรีต้องมาวันเปิดงาน จะแจ้งให้ทราบทีหลังนะจ้ะ ) ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ฝั่งท่าพระ อยู่ตรงข้ามวัดพระแก้วพอดิบพอดี ถ้ามาไม่ถูกโทรถามเราได้ เพียงทิ้งเบอร์อีเมลล์ของเธอไว้

ถ้าใครไม่ชอบงานศิลปะก็นึกซะว่ามาดูของแปลกละกัน เพราะเพื่อนเราแต่ละคนถ้าไม่เกินก็ขาด ไม่มีใครเต็มบาทสักคน

ส่วนงานก็จะมีทั้ง...งานเพ้นท์ ทั้งสีอะคริลิค สีน้ำมันสู้ตาย เทคนิคผสมก็มี แสงสีเสียงก็จัดให้ งานปั้นอลังการงานสร้าง ใหญ่มากจนเอาเข้าหอศิลป์ไม่ได้(ทำไปเพื่อ'ไร)งานภาพพิมพ์ เทคนิคสุดซับซ้อน หยั่งกะDavinci Code งานไทย ก็หลากหลายไทยประเพณีแบบอีโรติกนิดๆงานไทยแบบแหวกแนว ไม่ว่าจะเป็น หนังตะลุง กระจกสี เศษผ้า ก็สามารถใช้ทำศิลป์ได้

ภาพที่เห็นนี้เป็นงานของเราเอง เป็นรูปแบบงานจิตรกรรมที่อาศัยการจัดวางในการสร้างมิติ งานจะเป็นทั้ง2มิติ และ3มิติ(หลายใจ) แสดงความทรงจำเกี่ยวกับพ่อ

คนดูจะเห็นเป็นเครื่องใช้ไม้สอยเก่าๆ อย่างอันนี้ก็จะเป็นห้องทำงานของพ่อ เราก็จะใช้แผ่นไม้มาฉลุเป็นรูปร่างต่างๆ อย่างโต๊ะ เครื่องพิมพ์ดีดพัดลม ฯลฯ แล้วมาระบายด้วยสีอะคริลิค แล้วเราก็แอบตัดไม้ให้มันดูลวงตาหน่อยๆ มันจะได้เกิดระยะเกิดบรรยากาศเหมือนกับอยู่ในห้องจริงๆ

เอ้า เข้าไปในห้องพ่อกัน

พิมพ์ดีดไป เลี้ยงลูกไป คุณพ่อลูกอ่อนเลยไม่ค่อยมีเวลาจัดโต๊ะ มันก็เลยรกอย่างที่เห็น

ต้องประหยัดๆ กระป๋องนมตราหมีของลูกเหลือ ก็เอามาใส่ของได้

เครื่องพิมพ์ดีดนี้ส่งเสียงต้อกแต็กๆทั้งคืน พ่อใช้เสียงของมันกล่อมลูกนอน

แว่นตาทรงหนาเตอะของพ่อทั้งเก่าทั้งเชย แต่ก็ไม่เปลี่ยนซักกะที

พ่อบอกว่าเก็บตังค์ไว้ซื้อนมให้ลูกดีกว่า

พัดลมตั้งบนกองหนังสือพิมพ์ เพราะพ่อเราชอบสะสมหนังสือพิมพ์ ส่วนแม่จะชอบเอาไปทิ้ง(ทุกบ้านเป็นอย่างนี้รึเปล่าน้อ )

ปล. งานเรารับอิทธิพลมาจากละครเรื่อง"สุดรักสุดดวงใจ" ...ไอ้สมโชคลูกพ่อ...ก้าก


edit @ 2007/02/01 18:08:57
edit @ 2007/02/01 18:18:31
edit @ 2007/02/01 18:33:53